ReadyPlanet.com


เลี้ยงลูกให้เป็นอัจฉริยะ


          เรื่องไอคิว, อีคิว และการสร้างความเป็นอัจฉริยะให้ลูกหลาน กำลังเป็นกระแสฮอตในสังคม ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่ 12 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. จัดเสวนาหัวข้อ “เลี้ยงลูกให้เป็นอัจฉริยะ” โดยเชิญ แพทย์หญิงจิตรา วงศ์บุญสิน  มาแนะนำเคล็ดลับการสร้างอัจฉริยะตั้งแต่วัยเยาว์

“แพทย์หญิงจิตรา วงศ์บุญสิน” เปิดประเด็นการเสวนาว่า เด็กทุกคนเป็นอัจฉริยะได้ ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู เพราะเซลล์สมองทุกคนเท่ากันหมด แต่ในปัจจุบันที่มีการแบ่งแยกเด็กฉลาดกับเด็กไม่ฉลาด ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดู หากได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่ถูกวิธี อาจจะทำให้เด็กมีปัญหาได้ ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรรู้วิธีการเลี้ยงดูลูกอย่างถูกวิธี หลักการเลี้ยงดูง่ายๆ คือ การเลี้ยงดูลูกให้เหมือนเก้าอี้ 4 ขา ต้องให้มีความสมดุลครบทุกด้าน

คุณหมอขยายความถึงเทคนิคการเลี้ยงลูกให้สมดุลแบบเก้าอี้ 4 ขาว่า “ขาที่หนึ่ง” หมายถึง อาหารและการออกกำลังกาย ควรเน้นการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเสริมด้วยอาหารที่มีโอเมก้า 3 จำพวกปลา, ลูกนัท และถั่ว จะทำให้เซลล์สมองของเด็กเจริญเติบโตเต็มที่ ส่วน “ขาที่สอง” คือ สมองและพัฒนา การด้านสมอง อย่าสอนให้ลูกคิดอะไรที่อยู่แต่ในตำรา หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทางความคิด ซึ่งจะส่งผลให้ลูกคิดอยู่แต่ในกรอบ ควรให้โอกาสเด็กได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ให้ลูกได้สัมผัสโลกภายนอก โดยมีพ่อแม่คอยดูแลอยู่ห่างๆ ที่สำคัญต้องฝึกให้ลูกยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และชี้ให้เด็กเห็นว่า อะไรคือสาเหตุของความผิดพลาดจะได้นำไปแก้ไขในครั้งต่อไป

สำหรับ “ขาที่สาม” นั้น คุณหมอบอกว่า เป็นเรื่องของ อารมณ์ ต้องสอนให้ลูกรู้จักแบ่งปัน มีความซื่อสัตย์ หลีกเลี่ยงการใช้คำพูดที่ให้ความหมายในแง่ลบกับเด็ก เช่น ไม่มีทาง, โกหก, คิดโง่, ปัญญาอ่อน เพราะอาจทำให้เด็กเสียกำลังใจ และเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน ขณะที่ “ขาที่สี่” คือ จิตวิญญาณ ต้องสอนให้ลูกรู้ว่าต้องการอะไร หัดให้ลูกฝึกนั่งสมาธิตั้งแต่เล็ก เพื่อให้จิตใจสงบ เพราะถ้าเด็กๆมีสมาธิที่ดีจะช่วยให้มีพัฒนาการด้านการเรียนรู้ในสิ่งต่างๆได้ดี

คุณหมอยังเสริมเทคนิคการเลี้ยงลูกให้ฉลาดด้วยว่า ปัจจัยที่เสริมสร้างสมองของลูกมีอยู่ 3 อย่างคือ ออกซิเจน, อาหารและน้ำ อย่างที่เราเคยได้ยินบ่อยๆว่า หากขาดออกซิเจนไปครู่เดียวอาจทำให้สมองพิการได้ วิธีช่วยให้ออกซิเจนเข้าถึงสมองได้ดีที่สุดคือ ให้ลูกได้เล่นในที่ปลอดโปร่ง อากาศบริสุทธิ์ และอากาศหมุนเวียนถ่ายเทดี เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ และเพิ่มออกซิเจนในสมองลูก ต่อมาคือเรื่องของอาหาร คุณหมอย้ำว่า นมแม่เป็นแหล่งอาหารที่ดีที่สุด การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ตั้งแต่แรกคลอดไปจนถึง 6 เดือน ช่วยสร้างภูมิต้านทานให้เด็ก ทำให้ไม่ป่วยง่าย และสามารถรับสารอาหารได้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ สุดท้ายคือ เรื่องของน้ำ ควรฝึกให้ลูกดื่มน้ำเปล่าจนเป็นนิสัย เพราะการดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว จะช่วยล้างพิษทำให้สมองปลอดโปร่ง แจ่มใส เตรียมพร้อมสู่การเรียนรู้อย่างเต็มที่ต่อไป... เห็นไหมละคะว่า อัจฉริยะสร้างได้จริงๆนะ ไม่ได้ล้อเล่น!!



ผู้ตั้งกระทู้ เอ็นต้ากวดวิชา ติวเข้มเข้ามหาวิทยาลัย :: วันที่ลงประกาศ 2009-12-29 04:24:44


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1479688)

เด็กบางราย  "อัจฉริยะด้านความชอบ"  การได้สัมผัส  การได้ฟังเสียงดนตรี  เครื่องดนตรี  การร้องเพลง  การได้เห็น  ได้ประดิษฐ์คิดค้นเมื่อทำได้ดีก็จะเป็นการสร้างความมั่นใจ  ภูมิใจ  การสร้างรอยยิ้มอย่างมีความสุข  การให้รางวัล  เสียงชมเชย  เสียงปรบมือจะดีมากกว่าหากเด็กปฏิบัติได้สำเร็จ  แต่ควรหลีกเลี่ยงอารมณ์การทำท่าโกรธ  โมโห  รำคาญ  เมินเฉย  ดุด่า  เพราะเด็กอาจจะดูขาดความมั่นใจจนแยกแยะไม่ออกว่าจะปฏิบัติตนเพื่อตอบสนองได้อย่างไร  อีกทั้งควรสร้างโอกาสเป็นแรงผลักดันด้วยการพาไปดู  ไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ที่แปลกหูแปลกตาจากการให้อยู่แต่ภายในบ้านในพื้นที่ชุมชนนั้น ๆ เพราะจะเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้รวดเร็วขึ้น  สร้างความรู้ใหม่ ๆ หากพบว่าเด็ก ๆ ฉายแววที่เฉลียวฉลาด  ความชอบด้านใดก็ควรเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้มากที่สุด  เช่น  คิดเลข  บวกเลขจะเป็นการเสริมทักษะและยังสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ได้ดีกว่า

     จากการเก็บสถิติของสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น  ราชนครินทร์  ที่บ่งบอกถึงปัจจัยการพัฒนาการความฉลาดของเด็กนั้นพบว่าพันธุกรรมมีผล  48%  และอีก  52%  เป็นผลมาจากสิ่งแวดล้อม  โดยเฉพาะสมองเป็นส่วนสำญที่สร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กได้เป็นคนเก่ง  ดี  มีสุขอย่างมีความเป็นอัจฉริยะที่แตกต่างจากคนอื่น ๆ ได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา  อีกทั้งความเป็น  "อัจฉริยะ"  นั้นไม่ใช่จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องการเรียน  การคิด  การประดิษฐ์  การแสดงออกในกิริยาท่าทางหลากหลายรูปแบบเท่านั้น  การเข้ากับสังคมที่ดีการส่งเสริมให้เด็กเติบโตอย่างมีจริยธรรม  รู้ผิดรู้ชอบโดยการสังเกตจากสังคมรอบข้างควบคู่กันไปด้วย  พ่อแม่ผู้ปกครองจึงไม่ควรลืมที่จะปลูกฝังเรื่องเหล่านี้ควบคู่กันไปด้วย  เพราะลูก ๆ จะได้เป็นอัจฉริยะบุคคลที่สังคมต้องการได้อย่างมั่นใจนั่นเอง

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กสาธิตเชียงใหม่ วันที่ตอบ 2009-12-29 04:27:06



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.