ReadyPlanet.com


รวมเทคนิคการอ่านหนังสือก่อนสอบ ตอน 1


user image

เทคนิคการอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบให้ได้ผล ใน 1 เดือน

1. ต้องเลิกเที่ยว เลิกดื่ม เลิกสร้างบรรยากาศที่ไม่ใช่การเตรียมสอบ เลิก chat ตอนดึกๆ เลิกเม้าท์โทรศัพท์นานๆ ตัดทุกอย่างออกไป ปลีกวิเวกได้เลย ต้องทำให้ได้ ถ้าไม่ได้อย่าคิดเลยว่าจะสอบติด ฝันไปเถอะ

2.ตัดสิน ใจ ให้เด็ดขาด ว่าต่อไปนี้จะทำเพื่ออนาคตตัวเอง บอกเพื่อน บอกพ่อแม่ บอกทุกคนว่า อย่ารบกวน ขอเวลาส่วนตัว จะเปลี่ยนชีวิต จะกำหนดชีวิตตัวเอง จะกำหนดอนาคตตัวเอง เพราะเราต้องการมีอนาคตที่กำหนดได้ด้วยตัวเอง ใช่หรือไม่

3.ถ้าทำ 2 ข้อไม่ได้ อย่าทำข้อนี้ เพราะข้อนี้คือ ให้เขียนอนาคตตัวเองไว้เลยว่า จะเรียนต่อคณะอะไร จบแล้วจะเป็นอะไร เช่น จะเรียนพยาบาล ก็เขียนป้ายตัวใหญ่ๆ ติดไว้ข้างห้อง มองเห็นตลอดเลยว่าเราจะเป็นพยาบาลจะเรียนแพทย์ก็ต้องเขียนไว้เลยว่าปีหน้าจะไปเหยียบแผ่นดินแพทย์จุฬาอะไรทำนองนี้ เพื่อสร้างเป้าหมายให้ชัดเจน

4.เตรียม ตัว สรรหาหนังสือ หาอาจารย์ติว หาเพื่อนคนเก่งๆ บอกกับเค้าว่าช่วยเป็นกำลังใจให้เราหน่อย ช่วยเหลือเราหน่อย หาหนังสือมาให้ครบทุกเนื้อหาที่จะต้องสอบ เตรียมห้องอ่านหนังสือ โต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ ให้พร้อม

5.เริ่มลงมือ อ่านหนังสือ เริ่มจากวิชาที่ชอบ เรื่องที่ถนัด ก่อน ทำข้อสอบไปด้วย ทำแบบฝึกหัดจากง่ายไปยาก ค่อยๆ ทำ ถ้าท้อก็ให้ลืมตาดูป้าย ดูรูปอนาคตของตัวเอง ต้องลงมืออ่านอย่างจริงจัง อย่างน้อยวันละ 10 ชั่วโมง แล้วจะทำได้ไง วิธีการคือ อ่านทุกเมื่อที่มีโอกาส อ่านทุกครั้งที่มีโอกาส หนังสือต้องติดตัวตลอดเวลา ว่างเมื่อไรหยิบมาอ่านได้ทันที อย่าปล่อยให้ว่างจนไม่รู้จะทำอะไร ที่สำคัญอ่านแล้วต้องมีโน้ตเสมอ ห้ามนอนอ่าน ห้ามกินขนม ห้ามฟังเพลง ห้ามดูทีวี ห้ามดูละคร ดูหนัง อ่านอย่างเดียว ทำอย่างจริงจัง

6.ข้อนี้สำคัญมาก หากท้อให้มองภาพอนาคตของตัวเองไว้เสมอ ย้ำกับตัวเองว่าเราต้องกำหนดอนาคตของตัวเอง ไม่มีใครกำหนดให้เรา เราต้องทำได้ เพราะไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ให้ กำลังใจกับตัวเองอยู่เสมอ บอกกับตัวเองอย่างนี้ทุกวัน หากท้อ ขอให้นึกว่า อย่างน้อยก็มีผู้เขียนบทความนี้เป็นกำลังใจให้น้องๆ เสมอ นึกถึงภาพวันที่เรารับปริญญา วันที่เราและครอบครัวจะมีความสุข วันที่คุณพ่อคุณแม่จะดีใจที่สุดในชีวิต ต่อไปนี้ต้องทำเพื่อท่านบ้าง อย่าเห็นแก่ตัว อย่าขี้เกียจ อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง เลิกนิสัยเดิมๆ เสียที

 

การจัดตารางการอ่านหนังสือ

จริงๆ แล้วการอ่านหนังสือตอนที่พี่อ่านเตรียมสอบ ไม่ได้จัดตารางเลยครับ เพราะเคยทำแล้ว ทำไม่ได้ แล้วจะอ่านให้มีประสิทธิภาพทำอย่างไร ตอบได้คำเดียวครับอ่านเมื่ออยากอ่านแต่ต้อง ไม่ใช่ว่ามีแต่ไม่อยากอ่านนะ ต้องทำให้อยากอ่านบ่อยๆ อยากอ่านมากๆ อยากรู้มากๆ เพื่อให้การอ่านมีประสิทธิภาพ ครับ อ่านทุกเวลาที่สามารถทำได้นั่นแหละดีที่สุด เพื่อนพี่เคยติดสูตรไว้ในห้องน้ำ พกสูตรติดตัว พกโน้ตย่อไว้ที่กระเป๋าเสื้อตลอดเวลา บางคนมีหนังสือติดตัวทุกที่ เพื่อให้ อยากอ่านเมื่อไร ก็หยิบขึ้นมาอ่านได้ทันที ไม่ต้องรอเวลา ไม่ต้องจัดตาราง

เอาละ แล้วถ้าจะจัดตารางเวลาอ่านหนังสือ จะทำยังไงดี พี่ขอว่าเป็นข้อๆ เลยดีกว่าครับ
1. เลือกเวลาที่เหมาะสม
เวลา ที่เหมาะสมหมายความว่า เวลาที่น้องต้องการจะอ่าน เวลาที่ว่างจากงานอื่น เวลาที่อยากจะอ่านหนังสือ หรือเป็นเวลาที่อ่านแล้วได้เนื้อหามากที่สุด เข้าใจมากที่สุด เวลาของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนชอบอ่านตอนเช้าตรู่ บางคนชอบอ่านตอนกลางคืนก่อนนอน บางคนชอบอ่านเวลากลางวัน แล้วแต่การจัดสรรเวลาของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน น้องต้องเลือกดูเวลาที่เหมาะสมของตัวเองนะครับ การจัดเวลาต้องให้ได้อย่างน้อย 2 ชั่วโมงครับ วันนึงถ้าอ่านหนังสือแค่วันละ 2 ชั่วโมงน้อยมาก
2. วางลำดับวิชาและเนื้อหา
ขั้น ตอนต่อมา คือ เลือกวิชาที่จะอ่าน มีหลักง่ายๆ คือ เอาวิชาที่ชอบก่อน เพื่อให้เราอ่านได้เยอะๆ และอ่านได้เร็ว ควรเลือกเรื่องที่ชอบอ่านก่อนเป็นอันดับแรก จะได้มีกำลังใจอ่านเนื้อหาอื่นต่อไป ไม่แนะนำวิชาที่ยาก และเนื้อหาที่ไม่ชอบนะครับ เพราะจะทำให้เสียเวลาเปล่า การอ่านหนังสือควรอ่านให้ได้ตามที่เราวางแผนเอาไว้ วิธีการก็คือ List รายการหรือเนื้อหา บทที่จะอ่านให้หมด จากนั้นค่อยเลือกลำดับเนื้อหาว่าจะอ่านเรื่องใดก่อนหลัง แล้วค่อยลงมืออ่าน
3. ลงมือทำ
ยัง ไง ถ้าไม่มีข้อนี้ก็ไม่มีทางสำเร็จ การลงมือทำคือการลงมืออ่านอย่างจริงจัง อย่าผัดวันประกันพรุ่ง เหมือนกับที่พี่เคยเขียนไว้ว่า อย่าฝากอนาคตของตัวเองไว้กับความขี้เกียจของวันนี้ บางคนลงมือทำ แต่ไม่จริงจัง ก็ไม่ได้นะครับ ขอให้นึกถึงชาวนาแล้วกัน ถ้าลงมือทำนาเริ่มตั้งแต่หว่าน ไถ แล้วทิ้งค้างไว้แต่ไม่ทำให้สำเร็จ ไม่ดูแลจนกระทั่งเก็บเกี่ยว หรือทิ้งไว้ไม่เก็บเกี่ยว การทำนาก็จะไม่สำเร็จ เราก็จะไม่มีข้าวกิน ดังนั้น ขอให้น้องๆทำอะไร ทำจริงแล้วกันนะครับ ทำให้ได้จริงๆ
4. ตรวจสอบผลงาน
ผล ของการอ่าน ดูได้จากว่า ทำข้อสอบได้หรือไม่ ถ้าอ่านแล้วทำข้อสอบได้ ก็แสดงว่าอ่านรู้เรื่อง อ่านเข้าใจ ได้เนื้อหาจริงๆ แต่ถ้าอ่านแล้วทำข้อสอบไม่ได้ ก็ต้องกลับไปทบทวนใหม่ พี่ขอแนะนำว่า อ่านแล้วต้องจดบันทึกไว้ด้วยนะครับ จะได้รู้ว่า เราอ่านไปถึงไหนแล้ว และอ่านไปได้เนื้อหาอะไรบ้าง การจดบันทึก ก็คือการทำโน้ตย่อนั่นแหละ ทำสรุปไว้เลยว่าอ่านอะไรไปแล้วบ้าง เก็บไว้ให้มากที่สุด จะได้เป็นผลงานของตัวเอง เก็บไว้อ่านเมื่อต้องการ เก็บไว้อ่านตอนใกล้สอบ

อยาก จะบอกว่าช่วงนี้ยังมีเวลาเพียงพอสำหรับการเริ่มต้นที่ดี ยังไม่สายเกินไปหากคิดจะเริ่มอย่างจริงจัง อย่าอ่านเพียงแค่ได้เปิดหนังสือ อย่าโกหกตัวเองว่าได้อ่านแล้ว อย่าหลอกตัวเอง อย่าหลอกคนอื่น ความรู้ไม่สามารถลอกเลียนแบบกันได้ หลอกคนอื่นอาจหลอกได้ หลอกตัวเองไม่ได้แน่นอน คนที่รู้จักเรามากที่สุดก็คือ ตัวเราเองนี่แหละ ตั้งใจทำ ทำเพื่ออนาคตของตัวเองนะครับ ขอให้โชคดีประสบความสำเร็จครับ

***************************************************************************************

เอ็นต้ากวดวิชาเชียงใหม่

กวดวิชาติวเข้มเข้า โรงเรียนสาธิตเชียงใหม่ โรงเรียนยุพราช โรงเรียนมงฟอร์ต โรงเรียนปรินส์ โรงเรียนดารา โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ

***************************************************************************************




ผู้ตั้งกระทู้ เด็กโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เรียนกวดวิชา :: วันที่ลงประกาศ 2009-12-29 09:08:52


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1479705)

รวมเทคนิคการอ่านหนังสือก่อนสอบ ตอน 2       
 

หลักการอ่านหนังสือเตรียมสอบ (ของสายศิลป์)
** หลายคนสงสัยทำไมต้องเฉพาะสายศิลป์ ก็เพราะสายศิลป์ท่องจำไวยกรณ์ ไม่ได้ท่องจำสูตร การอ่านของสายศิลป์คือการอ่านบ่อยๆให้ค่อยๆซึมเข้าไปในหัว ไม่ใช่ท่องจำถึงที่มาที่ไปของสูตร และอีกอย่างวิธีเหล่านี้ใช้ไม่ได้ในเด็กสายวิทย์**
อย่างแรกที่ต้องแนะนำ
1.กิน...ถ้า ในระหว่างนี้คุณยังกลัวความอ้วนอยู่ ขอแนะนำให้ปิดหน้าต่างนี้ไปเลย ไม่ใช่ขยับปากเคี้ยวแล้วจะคิดออกนะ -*- แต่สมอง(ซึ่งถูกคุณใช้งานอย่างหนัก)ก็ต้องการสารอาหาร ควรจะเป็นของหวาน (แนะนำชอคโกแลต) คุณลองกินสิ จะรู้สึกมีพลังขึ้นมาอีก 25% และก็กินเข้าไปเลย กินๆๆ ไม่เปนไร เอนท์ติดแล้วเราลดได้ นอกจากนี้ สมองยังต้องการการผ่อนคลาย ซึ่งจะกลายเป็นหัวข้อที่ 2

2.สุขภาพจิตดี... ถ้าคุณเครียดทั้งวันทั้งคืน หนำซ้ำพ่อแม่ยังนั่งเฝ้า ...ตี 2 คุณเริ่มฟุบ พ่อคุณถามว่า "จะนอนแล้วหรอ?" ...หัว คุณก็จะหมกมุ่นอยู่กับความอึดอัด ความแค้น(ทำไมกูต้องเอนท์ด้วยวะ) ในขณะที่สายตาของคุณกวาดไปมา และสมองคุณเกร็งอย่างแรง กลับจำอะไรไม่ได้เลย คุณคิดว่าคุณเครียดแล้วจะอ่านหนังสือได้เยอะงั้นหรือ...เปล่าเลย คุณโกหกตัวเอง เหมือนเอาเชือกมารัดหัวแล้วบอกตัวเองว่า ฉันอ่านหนังสือหนักจนปวดหัวเลยนะเนี่ย...ข้อนี้แนะนำให้กินน้ำ ล้างหน้าบ่อยๆ ออกไปเดินเล่นซัก 10 นาทีคงไม่ทำให้คุณสอบตก แลกกับการชาร์จพลังสมอง...คุ้มนะ

3.สมาธิ..อย่า ดูถูกวิธีโบราณ มันช่วยได้จริง...ก้อการนั่งสมาธิไงล่ะ ลองเปิดเพลงไปด้วย ถ้าคุณมีสมาธิจริงคุณจะไม่ได้ยินเสียงเพลงเลย (ไม่ใช่นั่งไปคิดไป เมื่อไหร่เพลงจะหาย..ยังงี้ไม่ได้นะคะ เพราะเท่ากับคุณนั่งฟังเพลง) คิดว่าเรามีลูกแล้วอยู่ในร่างกาย แล้วมันวิ่งขึ้นวิ่งลงช้าๆ ไปเรื่อยๆค่ะ
เคย อ่านข้อสอบรอบนึงแล้วไม่รู้ว่าข้อสอบถามอะไรมั้ยคะ นั้นล่ะค่ะ คุณกำลังขาดสมาธิ หายใจเข้า-ออกยาวๆ และพยายามทบทวนอยู่เสมอว่าเมื่อกี้เราคิดอะไรอยู่ ให้จดจ่อกับเรื่องที่อ่านไปเรื่อยๆ อย่าให้เส้นสมองขาดตอนนะคะ

4.กำลังใจ...ถ้าใน 3 ข้อแรก คุณทำอะไรไม่สำเร็จเลย แปลว่าคุณขาดกำลังใจ ขาดแรงฮึดสู้ หรือง่ายๆว่า คุณไม่อยากเอนท์ มีหลายสาเหตุ
- เข้า ที่ไหนก็ได้...อย่าโกหกตัวเอง เพียงเพราะว่าคุณเป็นคนขี้เกียจ ใครๆก็อยากเอนติดกันทั้งนั้น คุณบอกว่าคุณไม่หวัง คุณบอกว่าคุณขี้เกียจอ่านและไม่เอาอะไรแล้วในชีวิตดีกว่า จริงอยู่ เอน..ไม่ใช่ทุกสิ่ง แต่เมื่อคุณีโอกาส ทำไมไม่ตั้งใจทำให้มันดี
- ประชด คนบางคน... โถๆๆ อย่าเอาคนอื่นมาตัดสินชะตาชีวิตตัวเองแบบนี้เป็นอันขาด ไม่ว่าแม่คุณจะประกาศแก่แม่ค้าทั้งตลาดว่าคุณไม่มีทางเอนติด หรือ พร่ำหวังให้คุณติดจุฬา ทั้งสองอย่างทำให้คุณหดหู่จนไม่อยากทำให้เขาสมน้ำหน้า
คุณอย่าไปสนใจดีกว่า...บอกแล้วไง คุณทำเพื่ออนาคตคุณเอง เปลี่ยนแรงกดดันนั้นให้เป็นแรงฮึดสู้...(กูจะติดแพทย์ศิริราชให้ดู..ว่างั้น)

ยัง ไงก็แล้วแต่ คุณต้องอ่านเยอะๆ อ่านหลายๆรอบ อ่านจนสามารถพูดสรุปออกได้เป็นฉากๆ ไม่ใช่ท่องจำ แต่มันคือการฝังลงไปในหัวที่พร้อมจะเรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้ อย่าไปมัวท่อง(ขอเน้น..อย่า!!!) อ่านบ่อยๆเท่านั้นที่ช่วยได้ อ่านครั้งแรกคุณจะรู้สึกสมองโล่งและคิดในใจว่า คุณจะจำได้ซักกี่คำกัน แต่ครั้งที่ 2 เฮ้ย!! คำนี้มันคุ้นๆ (หลังจากนั้นไปตามหาว่ามันแปลว่าไร ขอย้ำ!! ไม่ต้องท่อง) ครั้งที่ 3 คุณจะจำได้เองอย่างไม่น่าเชื่อ...สาธุ

สำหรับคนที่เรียนพิเศษแล้วไม่เข้าใจ...ฉันเองก็เคยสอนพิเศษ สามารถบอกได้เลย
คน ที่ไม่ฟัง เอาแต่จด เอาแต่อ่านในหนังสือน่ะ พลาดโอกาสอันดีไปนะ เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่อยู่ที่ปากคนสอน คุณจะเข้าใจมั้ยก้ออยู่ที่คนสอน
เช่นเวลาไปเรียนแบรนด์ บาง คนนั่งอ่านในหนังสือแล้วคิดว่า เค้าพูดถึงไหนแล้ว...กว่าจะคิดได้ว่าที่เขาพูดไม่มีในหนังสือ คุณก็จดไม่ทันแล้วล่ะค่ะ หนังสือนั่นน่ะมันไม่ไปไนหรอก คุณจะอ่านเมื่อไหร่ก็ได้ คุณจะเอาเวลาว่างมาท่องทั้งเล่มก็ไม่มีใครว่า

** ถ้าเป็นไปได้เวลาเรียนพิเศษ ฟังที่อาจารย์พูด ฟังทุกคำ ไม่ใช่เหม่อลอยคำที่ 2 กลับมาฟังอีกทีคำที่ 8 ...ชาติ หน้าตอนบ่ายๆคงเข้าใจ แต่ก็ไม่ใช่ฟังแล้วเขี้ยนตามคำบอก...จงฟังแล้วคิด แล้วเขียนอย่างที่ตัวเองเข้าใจ เมื่อจบคอร์สเอามาเรียบเรียงให้เป้นภาษาคน แล้วอ่านซ้ำ(หลายๆรอบ เอาให้จำได้) เราจะรู้ได้เลยว่า อ๋อ บรรทัดนี้ อาจารย์เค้าสอนไว้ว่าไงบ้าง **

...ขอแนะนำขั้นสุดท้ายว่า ม.5 เทอม 2 ควรจะเรียนพิเศษให้เสร็จ (ในกรณีที่เอนครั้งเดียวเดือนกุมภา) พอขึ้นม.6ก็ ควรจะเริ่มจำที่เรียนๆมาได้แล้ว อย่าหวังว่าจะไปอ่านที่โรงเรียน มันไม่สามารถอ่านจนจับประเด็นได้เลย เว้นแต่จะเอาเลขไปทำเล่นๆ แต่ถ้าอีก 3 เดือนแล้วไม่มีไรในหัวเลย ขอแนะนำให้ทำข้อสอบย้อนหลักซัก 15 ปี ส่วนคนที่อ่านพร้อมแล้วทำ 7 ปีก้อพอค่ะ...

 

เคล็ดลับสรุปๆการอ่านหนังสือสอบ
แหมเพื่อนคะใกล้สอบกันแล้วใช่ไหมเอ่ย หิหิ แต่บ้างคนยังไม่ได้เริ่มอ่านหนังสือเลย 10 เคล็ดลับง่ายๆ รวบรัด


1.ปิดทีวี คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต mp3 มีสติอยู่กับหนังสือ
2.นั่งสมาธิสัก 5 นาที
3.อ่านหนึ่งรอบ แล้วสรุปไม่เปิดหนังสือ
4.เช็คคำตอบ
5.อ่านอีกหนึ่งรอบ
6.สรุปใหม่เปิดหนังสือได้เอาไว้อ่าน
7.ถ้าทำเป็นMind Mappingจะอ่านง่ายขึ้น
8.มีเอกสารอะไรที่ครูแจก อย่าคิดว่าไม่สำคัญ
9.ท่องในส่วนที่ครูพูดย้ำบ่อยๆอย่างน้อย 2ครั้ง/คาบ
10.ก่อนวันสอบห้ามหักโหมอ่านหนังสือถึงเทียงคืน สมองจะไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น
 

ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ เรียนกวดวิชา วันที่ตอบ 2009-12-29 09:13:24


ความคิดเห็นที่ 2 (1479708)

วิธีการอ่านหนังสือก่อนสอบ

 
วิธีอ่านหนังสือสอบที่ได้ผล

1.เช็คตารางสอบว่าวิชาไหนสอบก่อนหลังให้เริ่มอ่านวิชานั้นก่อน
 
2.เตรียมสมุดจดบันทึก ไว้สำหรับบันทึกเนื้อหาสำคัญ
 
3.หาสถานที่ที่คุณคิดว่าคุณอ่านหนังสือแล้วมีสมาธิที่สุด
 
4.ทำใจให้ว่างไม่ต้องเครียด
 
5.ถ้าอ่านรอบแรกไม่เข้าใจก็กลับมาอ่านอีกรอบให้ผ่านตาไว้ก่อนและก่อนจะเข้าห้องสอบให้อ่านอีกรอบถ้ามีเวลาเหลือ
 
6.ถ้าคุณรู้สึกว่าอ่านไปแล้วสมองเริ่มไม่รับ ให้คุณไปทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายสมองสักพักค่อยกลับมาอ่านใหม่ เช่น ดื่มน้ำ,ทานขนม,พูดคุยกับผู้อื่น
 
7.ถ้าอ่านคนเดียวแล้วไม่เข้าใจให้หาเพื่อนอ่านด้วยอีกคนจะได้ถามเรื่องที่ไม่เข้าใจ และจะได้จดจำตามสถานการณ์ต่างเพื่อเวลาสอบเราจะได้ลำดับเหตุการณ์ จะได้เพิ่มความจำอีกวิธีฟ
 
8.ถ้าเป็นศัพท์เฉพราะหรือคำที่กว้างที่เราไม่เข้าใจให้เราเช็คข้อมูลเพื่อจะได้ขายคำให้เข้าใจมากขึ้น เช่น อินเตอร์เน็ต,หนังสือที่เกี้ยวกับเรื่องที่อ่าน
 
9.ศาสนา เป็นที่พึ่งทางใจของมนุษย์ ไม่ว่าคุณนับถือศาสนาใด ให้คุณระลึกถึงคำสอนไว้เสมอ
 
10.ก่อนเข้าห้องสอบต้องให้กำลังใจตัวเองและเพื่อนว่า พวกเราทำได้อยู่แล้ว คนอื่นเขายังทำข้อสอบได้เรียนได้ แล้วเราทำไมจะทำไม่ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น เอ็นต้ากวดวิชาเชียงใหม่ วันที่ตอบ 2009-12-29 09:26:40


ความคิดเห็นที่ 3 (1479710)

หลังจากที่หายหน้าหายตาไปน้านนาน ณ วันนี้ก็กลับมาเปิดบ้านอีกครั้งค่ะ
ช่วงนี้เป็นช่้วงสอบ พอดีว่ามีเวลา แถมอยากหาอะไรมารีแลกซ์สมองซะหน่อย
เลยมาอัพบล็อกค่ะ คิดว่าเรื่องทีเราอัพวันนี้ น่าจะช่วยอะไรหลายๆคนนะคะ

เคยรู้ึสึกบ้างไหมคะ ว่าบางทีเราอ่านหนังสือ ทำไมมันไม่เข้าหัวซักที
เจอข้อสอบ ก็ทำไม่ได้ เครียด เครียด เครียด หัวแทบแตก ทำไมมันยากมันเย็นอย่างนี้นะ

คำถามแรกก็คือ เราได้อ่านหนังสือเต็มที่รึเปล่า ก็จะวกกลับไปที่ปัญหาแรก

มันไม่เข้าหัวอ่ะ ทำไงได้อ่ะ
อ่านหนังสือแล้วมันไม่เข้าหัว เราก็เป็นอยู่ออกบ่อย ทั้งช่วงก่อนสอบ หรือช่วงที่ทบทวน
ปัญหานี้มีัที่มาหลายอย่างนะคะ อย่างเช่น เราอาจจะกำลังกังวลเรื่องบางเรื่องมากจนเกินไป
โดยทีตัวเราเองก็ไม่รู้ ถ้าเรารู้ รีบตัดความกังวลนั้นออกไปด่วนๆเลย ไม่ว่าจะเป็นกังวลเรื่องเพื่อน
กังวลเรื่องแฟน กังวลเรื่องน้ำหนัก กังวลสารพัดเรื่อง หยุดมันไว้ก่อน หยุดกังวลมันสักพัก
แล้วตั้งใจอ่านหนังสือโดยพยายามไม่ไปคิดถึงมัน  ลองทำดูแล้วจะรู้เลยว่า  อืมม ใช้ได้นะ
ต่อไป เราก็อาจจะเลิกกังวลเรื่องเหล่านั้นไปได้เลยค่ะ ไม่ใช่แค่ช่วงอ่านหนังสือเท่านั้น

ถ้าคิดว่าไม่กังวล ก็ลองมองรอบๆตัวว่า สภาพแวดล้อมในห้อง มันเอื้อแก่การอ่านหนังสือรึเปล่า
ถ้าบ้านใครอยู่ใกล้ผับบาร์(มีด้วยเหรอ...) คงต้องทำใจค่ะ เพราะเสียงอีกทึกมันเป็นภัยต่อสมาธิท่านอย่างแรง
จำเป็นด้วยเหรอ จำเ็ป็นอย่างยิ่งค่ะ อ่านหนังสือแล้วไม่มีสมาธิจะอ่านเพื่อ รับรองได้ว่าไม่เข้าหัว...ชัวร์100%

ถ้าบ้านอยู่ในละแวกชนปกติ แต่โดยนิสัยชอบเปิดเพลงเป็นปกติ อันนี้ขอแนะนำว่าให้เพลาลงบ้างค่ะ
พวกLP Retro ฮาร์ดคอร์อะไรเทือกนี้ นอกจากทำให้ไม่มีสมาธิ ยังทำให้อารมณ์ืของเราไม่คงที่
(ไม่นิ่ง...)หัวใจจะสูบฉีด ทำงานหนัก เหนื่อยค่ะ... ถ้าปิดไม่ได้ (เพราะเราก็ปิดไม่ได้เหมือนกัน)
ขอแนะนำเปลี่ยนมาฟังแนว Mozart Beethoven Chopin พวกนี้แทน จะทำให้รู้สึกดี ยังมีผลการวิจัย
ว่าเพลงคลาสสิกช่วยพัฒนาสมองอีกด้วย ว้าว ลองทำดูนะคะ

ปัญหาหลับบ่อย เอ่อ อันนี้วิธีการแก้ค่อนข้างยาก แ่ตุุ่้้ถ้าฝืนๆ อาจจะทำได้
ช่วงที่ำไม่ได้สอบ ลองหัด(อ่านหนังสือ)โต้รุ่ง เที่ยงคืน ตีหนึ่ง ตีสอง ลองทำดู
แต่ฝึกแบบอ่านหนังสือนะคะ ขอย้ำว่าอ่านหนังสือ ไม่ใช่นั่งดูหนังโต้รุ่ง มันคนละเรื่องกันเลย

แต่ละวิธีข้างบน พอช่วยเรื่องอ่านหนังสือได้บ้างไหมคะ
ด้านล่างนี้เป็นวิธีที่เราใช้บ่อยๆเวลาอ่านหนังสือก่อนสอบ ใครจะลองทำดูก็ได้ค่ะ
ไม่หวงห้าม แต่ได้ผลมั้ย อันนี้ค่อยว่ากันที่หลังค่ะ

1.ก่อนอ่านหนังสือ วางแผนซักนิดนึง ว่าสอบเรื่องไหน วันไหน เรื่องอะไร
เรียงลำดับก่อนหลัง เรื่องนี้ชัวร์แล้ว ก็อาจจะเอาไว้อ่านหลังสุด เรื่องที่สอบก่อน แล้วดันไม่ชัวร์
ก็เอามาเร่งๆอ่านเข้าอย่างตั้งใจ

2.วางแผนแล้ว ตั้งใจทำตามแผนอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ว่าเออ ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อง

3.งด ละ หรืออาจจะถึงขั้นเลิก อบายมุขทั้งหลายชั่วคราว เกมส์ PSP ฟิก โดจิน หยุดไว้ก่อน
พอสอบเสร็จจะเข้ามาเล่นให้เต็มที่ อะไรแบบนี้

4.กลัวไม่รู้เรื่อง ทำแบบฝึกหัดเยอะๆ ไม่ต้องถึงขั้นไปแห่ซื้อ อาจจะยืมมาจากห้องสมุดก็ได้
เอามาลองๆทำดู ทำไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ขอให้พยายามไปเรื่อยๆ แล้วจะได้เอง

5.เป็นพวก short term remember ก็อาจจะทำชอทโน้ทเอาไว้อ่าน เขียนด้วยลายมือตัวเอง
เป็นภาษาตัวเอง อาจจะเอาจากเล่มนู้นนิด เล่มนี้หน่อย ค้นคว้าเพิ่มเติม เอามาใส่ไว้
พอเราได้เขียน เราก็จะจำได้ในระดับนึง แต่อ่านบ่อยๆ ก็จะจำได้มากขึ้นจริงๆค่ะ
บางทชอทโน้ตที่เราทำไว้ ก่อนเอนท์ ก็เอามาอ่านซักรอบหรือหลายๆรอบ มีประโยชน์แน่นอนค่ะ

6.สูตรตรีโกณ ฟิสิกส์ สมการเคมี จำไม่ได้ โครงสร้างประโยคซับซ้อน เขียนตัวใหญ่ๆ สีสดๆ
แปะไว้ที่หน้าโต๊ะทำงาน หรือลองครีเอทรูปแบบที่เหมาะกับเรา ให้อ่านง่าย พกพาง่าย เห็นบ่อยๆ
อะไรแบบนี้ ก็ช่วยให้จำได้ แต่คงต้องมีเวลามากพอควร

7.ดื่มน้ำเยอะๆ ถ้าเป็นน้ำเย็นจะดีมาก ประมาณว่ากระเดือกเข้าไปแล้วมันก็เ็ย็นฟรีซหัวไปเลย
ตื่นเต็มตา สดชื่นอีกต่างหาก

8.หาโด๊ปสูตรที่เป็นเรา บางคนยังไม่ถึง18 แต่ชอบเครื่องดิ่มแอลกอฮอล์ กินแล้วตาสว่าง
ลองเอามาติดโต๊ะไว้ เวลาง่วงก็สึกกรึ๊บ(อย่าหนักจนเมาหัวทิ่มล่ะ) บางคนติดกาแฟ ก็ชงใส่กระติก
ง่วงก็กิน หิวก็กิน หรือถนัดพวกเครื่อดื่มชูกำลัง เอ็ม150 D7 ลิโพ อาจซื้อตุนไว้สักลัง เวิร์คดีนะ

9.ใครที่ธรรมะธรรมโม หาเวลาไปวัด ทำบุญ ตักบาตร กรวดน้ำ นั่งวิปัสสนา ทำใจให้สงบนิ่งเข้าไว้


สุดท้าย จำไว้ว่า คะแนนไม่ใช้ิ่สิ่งลิขิตชีวิตเรา อยาเอาอนาคต ไปฝากไว้กับคะแนน
ถ้าพยายามแล้ว มันไม่ได้จริงๆ อย่าท้อ โลกนี้ยังมีทางอีกมากมายให้เราเลือกค่ะ

หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับใครหลายๆคนนะคะ
โชคดีกับการสอบค่ะ 
 
เด็กโรงเรียนสาธิตเชียงใหม่ รักเรียนค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กโรงเรียนสาธิตเชียงใหม่ เรียนกวดวิชา วันที่ตอบ 2009-12-29 09:31:23


ความคิดเห็นที่ 4 (3203759)

บางครั้งก็พยายามแล้วที่จะตั้งใจอ่านหนังสือแต่ก็บางครั้งนี่แหละที่มักจะลืมไปการที่จะทำให้เราอ่านได้นานๆก็ต้องตั้งใจ พยายาม อดทน วางเป้าหมายการอ่าน จุดประสงของการอ่าน  อ่านไปนานๆ ก็หลับสักงีบพักสายตาบ้างนะสัก 10 นาที แล้วลุกขึ้นต่อสู้สู้ จัดตารางการอ่านก่อนสอบ 2 เดือนนะ แล้วอย่าลืมอ่านละ

ผู้แสดงความคิดเห็น พรพิมล มัธยมสิริวัณวรี 2 สงขลา วันที่ตอบ 2010-07-15 18:43:55


ความคิดเห็นที่ 5 (3212707)

เนื้อหาดีมากเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ผู้แสดงความคิดเห็น สา วันที่ตอบ 2010-09-06 13:13:55


ความคิดเห็นที่ 6 (3212774)

ดีคับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ดด วันที่ตอบ 2010-09-06 17:04:22


ความคิดเห็นที่ 7 (3249794)

เนื้อหาดีมาก แต่เราอ่านไม่หมด

ผู้แสดงความคิดเห็น คน คน หนึ่ง วันที่ตอบ 2010-09-30 20:29:35


ความคิดเห็นที่ 8 (3329446)

ขอบคุณมากนะครับ

กวดวิชาเชียงใหม่|เรียนพิเศษเชียงใหม่

ผู้แสดงความคิดเห็น soodtong วันที่ตอบ 2012-04-20 09:55:46


ความคิดเห็นที่ 9 (4063094)

สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อกล่องรับสัญญาณดาวเทียม มีดังนี้
1.เลือกซื้อที่มีข้อกำหนดของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. โดยมีสติ๊กเกอร์ "น้องดูดี" คือ คู่มือการใช้งานและรีโมทต้องมีเมนูภาษาไทยด้วยช่วยการใช้งาน รับประกันกล่องและการดูแลหลังการขาย 3 ปี
2.ซื้อกล่องทีวีดิจิตอลที่มีปุ่ม ปิด-เปิด และปุ่มเลือกช่อง บนกล่องดิจิตอลเมื่อตอนรีโมทหายและใช้ตัวแปลงไฟภายนอก

ผู้แสดงความคิดเห็น ดิจจี้ วันที่ตอบ 2017-07-03 14:53:05



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.